ทุกข์มันอยู่ที่ใจและความคิด


ความเป็นจริงเพียงแค่คุณเดินเข้าไปสู่สำนักวิปัสสนาย่อมถือได้ว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจประเสริฐแล้วเพียงแต่ยังไม่พบในสิ่งที่คุณโมงและปรารถนาอย่างแท้จริงนั่นเอง

ความผลออกจากกองทุกข์เป็นเป้าหมายอันสูงสุดของคำสอนในพระพุทธศาสนาชาวพุทธบางคนอาจมีความคิดว่าการพ้นออกจากกองทุกข์ทั้งปวงเป็นสิ่งที่ยากเหลือเกินอีกทั้งเป็นหน้าที่ของนักพจน์นักบวชมากกว่าที่ฆารวาสดึกคนธรรมดาจะสามารถปฏิบัติได้

การออกสู่ความพ้นทุกข์

ฆารวาสธรรม ก็สามารถทำได้จริงโดยที่ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัดไม่ต้องไปบวชสามารถอยู่กับครอบครัวทำงานผ่อนรถผ่อนบ้านเลี้ยงลูกได้เพราะการพ้นออกจากความทุกข์ทั้งปวงนั้นไม่ใช่ผลเพราะอาศัยปัจจัยภายนอกด้วยการหลีกหนีวิเวกเสมอไป

ธรรมะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกไม่ใช่ของหนีโลก

บางครั้งการออกไปปลีกวิเวกอาจจะไม่ได้อะไรกลับมาเท่ากับการใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงของโลกด้วยซ้ำเพราะความสงบ จากวิเวกไม่อาจทำให้เกิดปัญญาอันแท้จริงได้แต่หาเพราะมีปัญญาอย่างทองแท้แล้วต่างหากจึงนำความสงบมาให้

จากเกือบค่อนข้างชีวิตของผู้เขียนที่เดินป่าภาวนาทำอย่างแนวแน่แหละมั่นใจไปอยู่ในบรรยากาศที่เว็บสอบได้ความสงบบางแบบชั่วคราวแต่ฉันกลับมาอยู่บนโลกความเป็นจริงสิ่งที่เคยวัดสงบก็กลับเพิ่มขึ้นมาอีกครูบาอาจารย์บางท่านบอกว่าเป็นเพราะฝึกอารมณ์อินทรีไม่แก่กล้าพอ

แต่ส่วนตัวเห็นแตกต่างออกไปว่าน่าจะเป็นเพราะเราฝึกผิดหนทางสถานที่หรือไม่ เราหนีไปฝึกในป่าในเขา?

แต่เราลืมคิดไปว่าเราไม่ได้เกิดมาในป่าเหมือนช้างมันชื่ออะเราเป็นคนบ้านของคนไม่ใช่ป่ากันไปแสวงหาวิเวกนั้นมีจุดหมายไปเพื่อเพาะบ่มปัญญาให้เกิด นั่นคือความจริง แต่หากไปอยู่ด้วยแล้วยังไปยึดติดในความวิเวกยึดติดป่าอากาศสบายดี อากาศโปร่ง อันนั้นถือว่ายังไม่ใช่

การศึกษาทำเพื่อเข้าถึงความผลทุกข์โดยไม่ต้องไปอยู่ป่านั้นก็มีอยู่จริงหากคุณได้ศึกษาและเรียนรู้อย่างครบองค์ความรู้แล้วเชื่อได้ว่าคุณสามารถปลดปล่อยความทุกข์ติดปีก

สำเนาวิปัสสนามีมากมายบางแห่งเน้นไปทางด้านการปฏิบัติอย่างเข้มคนมาสำนักแนะนำและสอนการพิจารณาในสิ่งต่างๆให้เกิดปัญญา

ความเป็นจริง
เพียงแค่คุณเดินเข้าไปสู่สำนักวิปัสสนายอมอยู่แล้วว่าคุณเป็นคนที่ไม่คิดจะประเสริฐแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้พบในสิ่งที่คุณโมงและปรารถนาอย่างแท้จริงนั่นเอง

การออกจากความทุกข์
ตามแนวทางของพระพุทธเจ้านั้นตามความเป็นจริงไม่ใช่หลักแห่งตรรกะแต่เป็นหลักสรระธรรมชาติต่างหาก

ดังนั้นการที่จะมอบพาหัวใจให้ผลทุกข์ได้จริงต้องเรียนรู้ความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ไม่ใช่เรียนรู้ตำราคัมภีร์ใบลาน

แต่หากพลังศรัทธานั้นเดินเข้าไปในมุมอับ

ซึ่งมิใช่เป็นความจริงของพระพุทธศาสนาแล้วอาจจะทำให้คุณต้องมาเสียใจในภายหลังและอาจสิ้นศรัทธาในพระพุทธศาสนาไปเสียก็ได้

หากพระสงฆ์ที่คุณเข้าไปศรัทธานั้นหาใช่ปฏิบัติตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและความเป็นพระพุทธศาสนาพระที่ปลุกเสก ลงเลขอักขระ เป่าน้ำมนต์ พ่นน้ำหมาก ทำตะกรุดเครื่องรางทั้งหลาย เหล่านี้เป็นเพียงจารีตของพระพุทธแบบไทย แต่หาใช่พุทธตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธประสงค์

ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ถอยศรัทธาในพระพุทธศาสนาเพราะว่าไปพบเจอกาฝากของพุทธศาสนาเข้าดังนั้นหากท่านปรารถนาเข้ามาศึกษาธรรมควรจะศึกษากับพระสงฆ์ที่เป็นพระแท้มีความคนงามในวัตรปฏิบัติมากกว่าการที่จะเข้าหาพระที่กระทำด้วยสีลัพพตปรามาส

ทำมาเป็นสิ่งที่หอบพาดวงจิตของเราท่านทั้งหลายกลับคืนสู่ภาวะแห่งธรรมชาติ คือความงามของจิตประภัสสร

ตลอดทางให้เราเข้าใจในตัวเองมากขึ้นเมื่อเราเข้าใจตัวเองและเห็นสภาพแห่งความจริงเท่าไหร่แล้วการที่เราได้รู้ได้เห็นอาการของผู้อื่นในลักษณะอื่นๆนั้นย่อมไม่แตกต่างถึงความเป็นธรรมดาสามัญแห่งสัตว์โลก

ไม่ลอง ไม่เห็นธรรม

ประสบการณ์การบวชในครั้งนี้ ช่วยขัดเกลาจิตใจของผมและเปลี่ยนแปลงชีวิตผมให้ดีขึ้นจริงๆ และทำดีอย่างมีสติ รอบคอบ

ธรรมะเป็นสิ่งที่สูงที่สุดก็ได้

เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติก็ได้อีก และก็เป็นธรรมดาอีกเช่นกัน แต่สิ่งที่แปลกและแตกต่างสำหรับธรรมะ คือ หากใครไม่เคยได้ลอง หรือได้สัมผัสมาก่อน ย่อมจะไม่รู้ว่าอมตะธรรมนั้นมีจริง

ปีก่อนดิฉันได้รู้จักกับ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ

อดีตผู้พิพากษา และรองเลขานุการศาลฎิกาในช่วงที่ผมได้รู้จักนั้น ท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปัจจุบันท่านได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการ กสทช. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณสุทธิพลเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อไม่ลองไม่เห็นธรรม ประสบการณ์จริงของ เลขาฯ กกต.

ฯพณฯ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี อดีตประธานศาลฎีกา

เมตตาเขียนคำนิยมให้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ ผมเป็นบรรณาธิการ เนื้อหาในเล่มถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ และสิ่งที่ได้รับที่เรียกว่า ธรรมะ จากการที่ได้อุปสมบท เหตุผลหลักที่คุณสุทธิพล ออกบวชในคราวนั้น คือ ทดแทนคุณของบุพการี

ท่านเขียนในหนังสือเอาตอนหนึ่งว่า….. “การบวชครั้งนี้ เปลี่ยนแปลงชีวิตของผมดีขึ้นทั้งด้านวิธีคิด การดำรงชีวิต การทำงาน และการปฏิบัติต่อผู้อื่น” ทั้งยังก่ออานิสงส์ให้ผมได้รับสิ่งดีดี มากมาย ประสบการณ์บวชในครั้งนี้ช่วยขัดเกลาและเปลี่ยนแปลงชีวิตผมให้ดีขึ้นจริงๆ และทำดีอย่างมีสติ รอบคอบ อดทน ไม่ว่าจะทำงานอะไร อยู่ที่ไหน ตำแหน่งใดใดผมก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ จะช่วยเผยแพร่พุทธศาสนา รวมทั้งจะมั่งมั่นทำความดี และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาติบ้านเมือง

เมื่อคราวไปอินเดีย

ได้พบกับคนพื้นเมืองที่นับถืออินดู ถามถึงข้อวัตรปฏิบัติ สืบมาแต่โบราณของฮินดูหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องของอาหารปรากฏว่าคนนับถือฮินดูหรือพราหมณ์นิยมทานอาหารไร้เนื้อสัตว์แล้วก็ทานกันมาเป็น พันๆ ปีแล้ว ได้ยินอย่างนี้ทำให้ใจชื้นขึ้นมาว่าเราคงได้คำตอบอย่างแท้จริงเสียทีว่าพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ฉันอาหารอะไรกันแน่

ด้วยที่เป็นลูกอีช่างคิด เลยทำให้คิดเอาด้วยหลักธรรมชาติๆ ธรรมดาว่า การเปลี่ยนศาสนาของคนยุคพุทธกาลคงเปลี่ยน แต่วิธีการนับถือเคารพในธรรมแต่คงไม่ได้เปลี่ยนไปถึงอย่างอื่น อาทิ การแต่งกาย การแต่งหน้า หรือพิธีกรรมการแต่งงาน และอาจจะรวมไปถึงวิธีการปรุงอาหารด้วย

เราจึงศึกษากันได้เห็นว่า เหล่านักพรต เหล่าพราหมณ์ เหล่าวรรณะ สูงๆ อย่างกษัตริย์หันมานับถือพระพุทธศาสนามากขึ้นอย่างที่กล่าวมาเปลี่ยนศาสนาแต่อย่างอื่นไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่เรื่องของการกิน แต่เดิมเป็นฮินดูทานอาหารไทยเนื้อสัตว์มา ดังนั้นแม้เปลี่ยนศาสนาแล้วแต่การบริโภคไม่เปลี่ยนก็ต้องงดทานเนื้อสัตว์เหมือนเดิมเพราะเป็นความเคยชินปากชินท้อง พระพุทธศาสนาไม่ได้มีการบังคับให้เปลี่ยนการกินการอยู่เสียใหม่แต่ประการใด แน่ล่ะเคยทานอาหารอย่างใดก็ปรุงอย่างนั้นตามเดิม

เมื่อเขาชินกับอาหารไร้เนื้อสัตว์ เค้าก็ต้องทานอาหารที่อร่อย เนื้อสัตว์เหมือนเดิมแล้วเมื่อปรุงแล้วก่อนทานก็แบ่งมาใส่บาตรก่อน พระสงฆ์องค์เณรในยุคนั้นจึงได้ฉันอาหารไร้เนื้อสัตว์ไปด้วยโดยปริยายเพราะศาสนาพุทธไม่ได้แบ่งนี้ว่าพระฉันอาหารอีกประเภท โยมทานอีกประเภท เมื่อโยมทานอาหารไรเนื้อสัตว์ซึ่งท่านมาแต่เด็กๆ เค้าก็ปรุงเพิ่มแล้วนำเอาถวายพระก่อนจากนั้นจึงนำเอามาทานกันจะได้ไม่ต้องแยกกลุ่มว่ามีอาหารมีเนื้อสำหรับพระอันนี้อาหารไร้เนื้อสำหรับคนทั่วไปมันจะทำให้สิ้นเปลืองยุ่งยาก  อีกอย่างพระสงฆ์ต้องเป็นผู้เลี้ยงง่ายเพราะชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น

ดังนั้นเมื่อโยมส่วนมากทานอาหารไร้เนื้อสัตว์ แล้วทำอาหารชนิดนั้นใส่บาตรพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ ดังนั้นถ้าในพระพุทธศาสนาครั้งพุทธการจึงฉันอาหารไรเนื้อสัตว์ด้วยเหตุนี้ แต่สมมุติว่าหากบ้านใครทานเนื้อสัตว์แล้วนำเอามาถวายพระสงฆ์พระก็ต้องรับด้วยเช่นกัน

ปาณาติปาตา

คือ ละเว้นซึ่งจากการล่าสัตว์

ในเมื่อสอนให้มีเมตตาไม่ฆ่าสัตว์แล้ว ทำไมจึงต้องไปกินเนื้อสัตว์นั้นด้วยเหล่ามันจะไม่สวนทางหรือว่าขัดกับหลักแห่งศีล หากมองกันในแง่มุมนี้ มันก็น่าทึ่งที่จะถูกอีกเช่นกัน แต่หากจะถามกันจริงๆ ในเรื่องของพระภิกษุในธรรมวินัยนี้ ตามความเป็นจริง ฉันอาหารชนิดไหนกันแน่ รวมถึงพระพุทธเจ้าของเราทรงฉันอาหารอะไรกันแน่

การตั้งคำถามในลักษณะแบบนี้

บางคนอาจจะมึนว่า จะไปหาคำตอบที่ไหนได้ นักจิตวิทยาหลายคนเขาจึงมีคำประเภทปลอบประโลมว่า  หากตั้งโจทย์ยาก ก็หาคำตอบได้ยาก หากตั้งโจทย์ง่าย ก็หาคำตอบได้ง่าย

มนุษย์มักจะตกม้าตายกับการหาคำตอบ โดยไม่มองถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือเรื่องไกลตัว

อย่างบางคนบอกว่า…

พระพุทธเจ้าคงฉันอาหารทิพย์ ที่เทวดามารอใส่บาตร พระไทยในสายกรรมฐานก็จินตนาการไปเรื่อย เวลาหลับตานั่งกรรมฐานปรุงแต่งจิตไปอย่างไม่รู้สึกตัว หรือขาดสติ…นึกเอาเองว่ามีเทวดามาใส่บาตร มีเทพลงมาฟัง

พระสงฆ์ที่ออกธุดงค์ บางครั้งจิตของท่านปรุงแต่งไปตามยะถา… ภาวนากับนิมิตมากเกินไป เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสอุปัฏฐากพระสุธรรมคณาจจารย์ หรือหลวงปู่เหรียญท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า

“หลวงปู่ตื้อ ภาวนาอยู่บนกุฏิ”

แล้วเกิดนิมิตมองอะไรๆ ก็เห็นเป็นทองคำไปหมด คราวนี้พอลืมตาขึ้นมา ท่านมองลงมาข้างล่างกุฏิ ก็เห็นแต่ทองคำเต็มไปหมด แท้จริงมันเป็นเพียงทรายธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ด้วยนิมิตที่จำติดตา ก็คิดว่าเป็นทองคำท่านจะกระโดดลงจากกุฏิ ลงมาเอาทองคำที่พื้นตามที่เห็นทีเดียว คราวนั้นก็ห้ามกันเกือบแย่  “อันนี้เกิดจากการจินตนาการ…”

เค้าบอกว่ากินเจแล้วได้บาป

พี่ไทยเป็นคนน่ารักประเพณีไหนของใครหากไม่ขัดกฎหมายพี่ไทยรับได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ ฮวงจุ้ย กินเจหรือสวดมนต์แบบมหายาน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการส่งเสริมให้คนมุ่งมั่นทำความดีทั้งสิ้นซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้เสียหายอะไร

แต่กลับกันพระสงฆ์องค์เณรบางรูป กลับมีความคิดที่ผิด และแตกต่างไปในลักษณะของการแยกแยะออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แถมมีการอบรมสั่งสอนเป็นทอดๆเพราะเมื่อเทศกาลกินเจปีก่อนได้ไปนั่งอยู่ในสำนักปฎิบัติธรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ที่ไปก็เพราะรุ่นพี่คนหนึ่งขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน ระหว่างที่พี่เขาเข้าไปสนทนากับพระสงฆ์ผมก็นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ จู่ๆมีสามเณรรูปหนึ่งอายุเราราว 12 ปีสนทนาด้วยดูจากพฤติกรรมสามเณรท่าทางแก่นแก้วพอควรสามเณรมาถามผมว่า โยมกินเจหรือเปล่า…..

กินบ้างครับตามแต่โอกาส
โยมพี่หลวงตาสอนเน้นว่ากินเจเป็นพวกพระเทวทัต นะโยมอย่าไปกินเลย

ฟังแล้วก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกับสามเณรน้อย ปล่อยให้ท่านคิดไปอย่างนั้นตามที่หลวงตาท่านสอนไปแล้วเมื่อกลับมาบ้านก็นั่งคิดอะไรเล่นเล่นเกี่ยวกับการกินเจแล้วก็ลงมือเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

พระพุทธศาสนาในฝ่ายเถรวาท
ไม่นิยมกินเจหรืออาหารไทยเนื้อสัตว์จะเรียกว่ามังสวิรัติอะไรก็ได้แต่พระพุทธศาสนาในฝ่ายมหายานนิยมบริโภคอาหารไร้เนื้อสัตว์ทั้งที่เป็นพระในพระพุทธศาสนาเหมือนกันทำไมมีข้อวัตรปฏิบัติต่างกัน

ในคติของเถรวาท
อ้างถึงคำทูลขอของพระเทวทัตว่า เข้าไปกราบทูลขอพระพุทธเจ้าให้ออกกฏหลายข้อที่เคร่งครัดและหนึ่งในนั้นก็คือให้พระภิกษุทั้งหลายในพระธรรมวินัยนี้ฉันอาหารไรเนื้อสัตว์จะเรียกว่าเจหรือมังสวิรัติตามแต่สะดวก

เมื่อกลับทูลขอแล้วพระพุทธองค์ทรงนิ่งเสียถึงสามครั้งจากนั้นก็ส่งปฏิเสธว่าไม่ควรไปกำหนดอย่างนั้นด้วยเหตุผลง่ายง่ายคือเดี๋ยวจะทำให้พระพิสุเป็นผู้เลี้ยงชีพยากเอาเป็นว่าโยมสะดวกเท่าไหร่อย่างไรก็ฉันอย่างนั้นไปก็เรากันซึ่งจะว่าไปผมว่าเป็นธรรมชาติดีนะไม่ต้องไปเลือกมา

จากทะเลคนสู่ทะเลใจ

ธรรมะธรรมชาติธรรมดาคือสิ่งที่อยู่ในมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วเพียงแต่เรา หามันเจอกันหรือยัง

สมัยตอนละอ่อน
อายุมีเพียงแค่เลข 1 นำหน้า  ชีวิตคลุกเคล้าอยู่แต่กลับ เธค ดิสโก้ ไนท์คลับ…. เปล่าผมไม่ได้เป็นคนที่ใช้ชีวิตที่เหลียวแหลก แต่ไปสถานที่เหล่านั้นทุกวันด้วยเพราะที่อันเป็นอาชีพ  ผมตีกลองตั้งแต่หัวยังสูงไม่พ้นขอบกลอง หัดอ่านโน้ตยี่ห้อกิ้ว  ที่เขียนประวัติเราถั่วงอกอย่างดีตัวโน้ตกลองอ่านง่ายมีรายได้จากคาเฟ่ไนท์คลับวันละ 70 บาทในขณะที่อายุ 15 ปี

หลายปีต่อมาการพัฒนาไม่หยุดยั้งไปสถิตแถวๆ นาซ่า เล่นในผับและเธค  ที่สุดก็เบื่อก่อนจะแขวนไม้กล่องอย่างถาวรยังอุตส่าห์ไปเล่นดนตรีแจ๊สพักหนึ่งในสไตล์ฟิวชั่นแจ๊สอาจารย์มังกรผู้สอนผม ในการบรรเลงกล่อมให้ไพเราะพี่ต๊อดแนะนำเทคนิคต่างๆ

นับแต่นั้นมาชีวิตผมไม่เคยเข้าไปในสถานที่อย่างนั้นอีกเลยจบจนปัจจุบันเหมือนคนอิ่มพอกินมาแต่เด็กเพราะกินมาแต่เด็ก

แต่อย่างไรเพลงก็ยังมีอิทธิพลต่อชีวิตของผม รสนิยมการฟังเพลงส่วนตัวชอบแนวสร้างสรรค์สังคมอย่างของวงคาราบาว เป็นต้น ซึ่งเรามีชื่อเสียงแล้วเพลงท.ทหารอดทน เพลงทินเนอร์ เพลงผู้เฒ่าและอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ที่ในความรู้สึกมากๆคืออัลบั้มชุดโฟค์เซน เพราะเป็นอะไรที่ไร้การปรุงแต่งอย่างก็เลยคิดแล้วทำทันทีในห้องนั้นของอารมณ์ศิลปินที่ชื่อคาราบ่าวและอีกหลายปีต่อมาเพลงทะเลใจเป็นเพลงโปรดของผมโดยเฉพาะวลีที่ชื่นชอบ
“ หาหัวใจให้เจอ ก็เป็นสุข”

เพลงนี้เป็นเพลงธรรมะแต่เป็นทำมาแบบใช้ชีวิตเป็นธรรมะแบบเซน ซึ่งเป็นพุทธศาสนาในอีกรูปแบบหนึ่ง

คนที่เขียนเนื้อเพลงต้องมีจิตใจที่สูงส่งแบบธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเป็นปราชญ์ของแท้ไม่ใช่พวกพูดเหมือนปราชญ์ทำตัวเหมือนเปรตแน่นอน

สิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นของแท้คือ
ความไม่มีตัวตน ในลักษณะที่เป็นอัตตา แต่บางครั้งค่าการแสดงออกที่ดูเหมือนว่าแรงนั้นไม่ใช่เป็นอารมณ์แต่เป็นเพราะลักษณะในการมุ่งสอนคนรอบข้างเป็นการสอนแบบซาโตริ
แบบฉับพลันแบบเซนประมาณนั้น ใครถ้าไม่เข้าใจมองอะไรแบบโลกียวิสัยก็จะมองไปว่าแรงอะไรเทือกนั้นแต่หากใครที่รู้จักในสิ่งที่กล่าวมาย่อมเข้าใจเซนก็มีแนวการสอนแบบพูดตรงๆ ชัดถ้อยชัดคำแบบไม่ต้องแปล

หลักแห่งธรรมชาติที่ทำให้เกิดเหตุนั้น

พระพุทธองค์ทรงตรัสเอาไว้ดังนี้

1. อุตุนิยาม

ธรรมชาติที่ปรากฏขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับมวลหมู่ธรรมชาติ  แห่งดิน ฟ้า อากาศ ฝนตก ฟ้าร้องฟ้าผ่า แผ่นดินไหว  เป็นไปในแนวทางฟิสิกส์

2. พีชนิยาม

ธรรมชาติที่ปรากฏซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น พืช  คน  สัตว์  ที่สืบสายเผ่าพันธุ์เป็นไปแนวทางชีววิทยา

3. จิตนิยาม

ธรรมชาติที่ปรากฏถึงชนิดของการทำงานของจิต  อาทิ  เรื่องการเกิดดับเรื่องของภาวะอารมณ์ความคิดเรื่องของการเข้าใจในคันห้ารูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ

4. กรรมนิยาม

ธรรมชาติที่ปรากฏในเรื่องของกฎแห่งกรรม

5. ธรรมนิยาม

ธรรมชาติที่ปรากฏในเรื่องของกฏแห่งธรรมชาติที่เวียนว่ายตายเกิด  อาทิ  กฎอนิจจัง  ทุกข์ขังอนัตตา  ตลอดทั้งเรื่องของอิทัปปัจจยตา (การเวียนว่ายตายเกิดโดยมีเหตุและปัจจัย)

สิ่งทั้ง 5 นี้   พระพุทธเจ้าทรงรู้ชัดและทรงจัดหนักสอนสาวกมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้นแห่งการเผยแพร่ธรรมทรงรู้ในเรื่องทั้งห้านี้เนื่องจากทรงสัพพัญญุตญานอันยิ่งใหญ่

กรรมในแบบที่คุณไม่เคยรู้


การเกิดของมนุษย์เป็นเพราะกรรมสถานที่เกิดของมนุษย์แต่ละคนก็ล้วนมาจากกรรมเป็นผู้กำหนด

กรรมเป็นเรื่องที่ชาวพุทธในประเทศไทยคุณเคยและเชื่อถือว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงพระพุทธเจ้าพระองค์ก็ตรัสสอนเรื่องของกฎแห่งกรรมนี้เอาไว้เช่นกันการเกิดของมนุษย์เป็นเพราะกรรมสถานที่เกิดของมนุษย์แต่ละคนก็ล้วนมาจากกรรมเป็นผู้กำหนดเช่นเดียวกัน

หลายคนเข้าใจคำว่ากรรมนี้เป็นเหมือนเส้นตรงทำอย่างไรได้อย่างนั้นซึ่งแนวคิดนี้ดูเหมือนอาจจะถูกแต่ไม่ทั้งหมด  เพราะตามความเป็นจริงยังมีสรรพสิ่งอีกมากมายที่เข้ามาเปลี่ยนวาสนาของมนุษย์จากเดิมได้และหากเราศึกษาธรรมแล้วเพ่งพิจารณาให้ดี  จะเห็นได้ว่าพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์หาใช่มุ่งเน้นไปที่เรื่องของกรรมให้เป็นไปในลักษณะของหลักใหญ่แต่ประการใดไม่

การตรัสสอนถึงเรื่องกรรม

ไม่ใช่เป็นทำบทที่ตัดสอนอยู่บ่อยครั้ง  หากพูดแบบภาษาคนสมัยใหม่จาก 100% ส่งตรัสสอนไม่เกิน 10% เท่านั้น   นอกนั้นจะส่งกลับถึงวิธีการดับทุกข์นั้นมากที่สุด   ชาวพุทธในประเทศไทยเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นก็ไปเกาะกันว่ามันเป็นกรรม

ตัวอย่างเช่นอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากเคราะห์กรรมแต่พอการกระทำที่ประมาณอย่างไหนมีน้ำหนัก  และเหตุผลกว่ากันหรือไม่เมื่อกระทำอย่างประมาทก็ต้องได้รับผลของการกระทำที่ประมาทนั้นด้วยลักษณะนี้เรียกว่ากรรมในปัจจุบัน

ผู้คนส่วนมากจะหันเหไปโทษกรรมไปกล่าวว่าเป็นกรรมจากอดีตชาติตามความเป็นจริงไม่มีใครอาจทราบได้เลยว่ากรรมเก่าในอดีตชาติมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร แต่บางสิ่งก็สามารถอธิบายได้ว่าเป็น เพราะอำนาจกรรมเก่า

 ตามที่กล่าวมาแต่ต้นว่าตั้มเป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็กๆในคำสอนของพระพุทธองค์เพราะจาก 84,000 พระธรรมขันธ์นั้นโดยเนื้อหาส่วนมากจะทรงสอนเรื่องเหตุแห่งทุกข์ และวิธีการดับทุกข์มากที่สุด

ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ  และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็หาใช่เป็นเพราะกรรมเสมอไป   ทุกอย่างเกิดขึ้นล้วนมีมาแต่เหตุแต่คำว่าเหตุนั้นจะเป็นอะไรก็ต้องใช้หลักธรรมของพระพุทธองค์มาวิเคราะห์  ซึ่งทรงตรัสสอนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า  “เหตุแห่งสิ่งปรากฏนั้นมีอยู่คือสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นมีอยู่เสมอไม่ใช่เพราะความบังเอิญหรือความน่าจะเป็น”

ธรรมะที่พี่ชายให้ไว้

หากเราคิดแต่เรื่องที่ดีขึ้นสมองจะดูแต่สิ่งที่ดีเข้ามาตัวเราหากเราคิดไม่ดีคืนสองจะดูแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาหาตัวเราอีกเช่นกัน

พี่งา พงษ์ศิริ อินทรชัย

ทำงานอยู่ไทยทีวีสีช่องสามสัญญากับผมเมื่อตอนน้ำท่วมว่าเขียนต้นฉบับให้ผมหนึ่งเรื่อง เพราะในช่วงนั้นได้เริ่มทยอยเขียนบ้างแล้วแต่ไม่ได้ถามว่าชื่อเรื่องอะไรในห้วงน้ำท่วมตามตรอกซอยอยู่กันลำบากมากผมได้โทรหาพี่งา บอกว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยรอดตายเพราะไทยทีวีสีช่องสาม

ในยามปกติการติดต่อกับพี่งาจะเกิดขึ้นนานนานครั้งคราวหนึ่งไม่รู้ว่าพี่งาเป็นอะไรได้โทรมาหาผมเองแล้วก็ถามในเชิงธรรมะมากมายหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องของภาวะอารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับธรรมะเท่าที่จำได้

อะไรคือจิตใจของมนุษย์กันแน่

การที่เรารับรู้ถูกภาวะอารมณ์นั้นแลจิตการที่เรามองเห็นสัมผัสความเจ็บปวดได้ทางกายทางใจร้อนหนาว หิว อิ่มนั่นก็เป็นจิตทั้งสิ้น

หากเราคิดแต่เรื่องที่ดีขึ้นสมองจะดูแต่สิ่งที่ดีเข้ามาตัวเรา

หากเราคิดไม่ดีขึ้นสมองจะดูแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาหาตัวเราอีกเช่นกัน