ถ้อยคำแห่งความรักคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนที่เราชอบ

Image result for การรักใครสักคนก็คือการปรารถนาอยากเห็นเขามีความสุข

การรักใครสักคนก็คือการปรารถนาอยากเห็นเขามีความสุข

ตอนที่เรารู้สึกชอบใครสักคนคนเราต่างล้วนมีความปรารถนาอยากทำให้คนที่เราชอบมีความสุขกันทั้งนั้นและความรู้สึกนั้นก็คือพลังงานบวกที่แสนวิเศษถ้าอยากให้ความรักเป็นไปอย่างราบรื่นสิ่งที่สำคัญก็คือเราจะต้องไม่ลืมว่าความรู้สึกตอนที่เราชอบบุคคลนั้นและตั้งใจใช้คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุข

คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้ก็คือถ้อยคำที่สื่อถึงความรักกันเองเลยว่าไม่มีอะไรที่จะเหนือไปกว่านี้อีกแล้ว

เมื่อเรามีแฟนแล้วคบกันมานานมีบางครั้งที่เราอาจจะละเลยการใช้คำพูดเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่างเพราะมีคำพูดว่ารู้กันอยู่แก่ใจซึ่งอาจทำให้รู้สึกว่าก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเรานี่ต่อให้ไม่ต้องบอกรักกันด้วยคำพูดอีกฝ่ายก็คงเข้าใจเองแหละแต่ที่บอกว่าไม่ต้องพูดก็เข้าใจน่าเสียดายที่ต้องบอกว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นความคิดที่ผิดหากคำพูดที่มีต่อกันลดน้อยลงคนเราจะผ่อนไม่เข้าใจกันและกันไปตามคำพูดที่น้อยลงด้วย

หากละเลยที่จะถ่ายทอดความรักออกไปให้คนรักได้รับรู้ในไม่ช้าคงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกังวลขึ้นมาว่าเธอไม่บอกรักผมนานแล้วนะนี่ยังรักกันอยู่หรือเปล่า?

การได้รักใครสักคนแล้วคนคนนั้นรักตอบถือเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านี้อีกแล้วเราควรสำนึกในความสุขดังกล่าวและถ่ายทอดคำพูดแห่งรักให้คนรักได้รับรู้ถ้าเราอยู่โดยไม่หลงลืมความรู้สึกนั้นไปตลอดคงจะเป็นความรักที่ยอดเยี่ยมเหนือสิ่งอื่นใด

สื่อสารด้วยถ้อยคำแห่งความรักที่แฝงไปด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ได้รัก

ยิ่งต่อหน้าคนที่ชอบยิ่งต้องใช้คำพูดเชิงบวก

Related image

การที่คนเราจะสนิทสนมกันได้นั้นจำเป็นต้องมีการสั่งสมบทสนทนาที่ดีต่อกันไปเรื่อยๆ

หากสานต่อความสัมพันธ์กันไปนานนาน อาจมีบางครั้งที่ชะล่าใจว่า “ก็เป็นแฟนกันแล้วนิน่า ไม่เป็นไรหรอกมั้ง” และเผลอบ่นหรือว่าร้ายคนอื่นให้อีกฝ่ายฟัง

หากเป็นนานๆครั้ง ก็ไม่เท่าไหร่ หากเป็นไปนานนานครั้งก็ไม่เท่าไหร่ แต่หากถ้าเอาแต่พูดเรื่องแบบนั้นหัวใจคนเราก็จะยิ่งดิ่งลงไปสู่ทางลบ

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเข้าใกล้คนที่ปล่อยพลังงานลบออกมาทั้งนั้น คนที่เอาแต่บ่นโน่นนี่ต่อหน้าแฟน อาจทำให้แฟนรู้สึกว่า “คนนี้เอาแต่บ่น ฟังแล้วเหนื่อย” และไม่อยากอยู่ด้วยกันอีกต่อไป

เราไม่ควรคิดว่าเราเป็นแฟนกันแล้วจะสามารถพูดในแง่ลบใส่กันได้ สิ่งสำคัญคือควรตระหนักรู้ว่าเพราะเป็นต่อหน้าคนรักถึงต้องยิ่งใช้คำพูดในเชิงบวก

เวลาที่เจอแฟนอาจมีบางคนบอกว่า “นี่ๆ ฟังหน่อยสิ วันนี้เจอแต่เรื่องแย่ๆมา” แล้วสาธยายต่อเสียยืดยาว

หากเป็นนานๆ ทีที่หลุดออกไปบ้างก็คงจะไม่เป็นไร แต่ควรระวังไม่เอาคำพูดแบบนี้มาพูดบ่อยๆสมมุติคุณเผลอหลุดออกมาแล้วให้ใช้คำพูดเชิงบวกขึ้นมาใหม่เพื่อปรับวงโคจรสู่สภาพเดิมซึ่งอาจเป็นเพียงคำพูดเชิงบวกเล็กน้อยก็ได้ เช่น “วันนี้ดีใจที่ได้เจอกันนะ”

แต่ก็เป็นเรื่องบวกเล็กๆที่เจอในชีวิตประจำวัน แต่เราก็ควรสื่อออกไปให้คนที่รู้ชอบ เพราะทั้งสองฝ่ายสามารถแบ่งปันเรื่องราวที่มีความสุขด้วยกันแม้จะเป็นเวลาหลังจากที่เพิ่งบ่นกันเสร็จไปก็จะเป็นคู่ ที่มีความสุขได้อย่างแน่นอน

ถ้าใช้คำพูดเชิงบวกต่อหน้าคนที่ชอบ จะกลายเป็นคู่ที่มีความสุขได้

มีความรู้สึกร่วมไปกับคำพูดของคนที่ชอบ

Image result for พูดคุยแบบเห็นด้วย

เข้าใจความเห็นของคุณได้ดีทีเดียว

“ผมเองก็คิดเหมือนที่คุณพูดเลยครับ”
“ฉันคิดว่าคุณไม่ผิดนะคะฉันเองก็เห็นด้วยกับคุณ”

คิดว่าใครใครก็ล้วนแต่เคยมีประสบการณ์รู้สึกยินดีเวลามีคนพูดแบบนี้ด้วยใช่ไหมเพราะทุกคนล้วนอยากให้ผู้อื่นรู้สึกมีส่วนร่วมกับความเห็นหรือวิธีคิดของตนกันทั้งนั้นแหละเพราะอย่างนั้นล่ะหากได้ยินคำพูดที่กล่าวมาข้างต้นจะทำให้รู้สึกมีพลังและความมั่นใจเอ่อล้นขึ้นมาอีกทั้งยังรู้สึกอยากสนิทสนมกับคนที่ให้การยอมรับความคิดและค่านิยมของตนเอง

ดังนั้นเพื่อจะสานสัมพันธ์อันดีกับคนที่ชอบจึงจะต้องรู้จักถ่ายทอดถ้อยคำที่แสดงออกถึงการยอมรับความคิดค่านิยมของอีกฝ่ายตลอดจนแสดงความรู้สึกที่มีส่วนร่วม

แต่ที่ไม่อยากให้เข้าใจผิดก็คือไม่ได้หมายความว่าหากเป็นสิ่งที่คนที่ชอบพูดแล้วจะต้องเออออไปทุกเรื่องโดยไร้เงื่อนไขสิ่งสำคัญก็คือเราจะต้องเข้าใจอีกฝ่ายและแสดงถึงความรู้สึกว่ายกย่องค่านิยมของบุคคลนั้น

เพื่อการนั้นแล้วเราถึงต้องถ่ายทอดถ้อยคำที่แสดงถึงการมีความรู้สึกร่วมอย่างเข้าใจและนำเสนอให้คนที่ชอบฟังนั่นเองก่อนอื่นให้เริ่มจากการเงี่ยหูฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดให้ดีดีหรือในเวลาที่ฝ่ายพูดถึงสิ่งที่ตนเองชอบแทนที่จะบอกปัดไปว่าฉันไม่สนใจนะแต่ให้ใช้ถ้อยคำที่สื่อว่าเรามีความเข้าอกเข้าใจ

“คุณชอบนักร้องคนนั้นมากเลยสินะฉันเองก็อยากลองฟังเหมือนกันถ้าช่วยแนะนำเพลงให้ฉันได้จะดีมากเลย”

ถ้าสามารถพูดออกไปแบบนี้อีกฝ่ายก็จะยอมยินดีเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองชอบได้รับการยอมรับไปด้วย

ไม่ปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายพูดและถ่ายทอดถ้อยคำแสดงความรู้สึกร่วม

ใช้คำพูดให้กำลังใจเพื่อเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

Image result for พูดให้กำลังใจ

มีบางครั้งที่คนเราเกิดเผลอใจชอบหรือวันไว้กับใครไปบ้างโดยไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยนั่นคือเวลาที่อ่อนแอนั้นเองเวลาที่ผิดหวังการประเมินคุณค่าตนเองของคนเรามักจะตกต่ำตามไปด้วย

ในเวลาแบบนั้นสมมุติว่ามีเพศตรงข้ามเข้ามาพูดจาด้วยถ้อยคำอ่อนโยนหรือแสดงการยอมรับในตัวเราย่อมทำให้รู้สึกขอบคุณถ้อยคำดังกล่าวและเกิดความรู้สึกเฉพาะมากขึ้นตามไปด้วยโดยปริยาย

เพราะฉะนั้นหากต้องการสนิทสนมกับเพศตรงข้ามที่ชอบเวลาที่อีกฝ่ายพูดหูดูไม่ร่าเริงควรหรือเปล่าให้กำลังใจเขาหรือเธอโดยไวมองผลเผินนั้นอาจจะเป็นการช่วยโอกาสจากจุดอ่อนของผู้อื่นแต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย

ไม่ว่าใครๆก็ล้วนอยากให้คนที่ชอบร่าเริงแจ่มใสและต้องการมีความสุขตลอดเวลาทั้งนั้นแหละถ้าคนที่ชอบกำลังหดหู่ผิดหวังการคิดอยากจะพูดจะให้กำลังใจหรือช่วยเหลือสนับสนุนก็ถือเป็นเรื่องที่ธรรมดาสรุปคือแค่เราแสดงออกถึงความรักที่มีอยู่ในใจออกไปอย่างซื่อตรงก็พอแล้วถ้าเราเห็นคนที่ชอบดูไหมล่ะหรือแม้เป็นเพียงถ้อยคำเดียวเราก็ควรใช้คำพูดที่อ่อนโยน เมื่อได้ฟังถ้อยคำดังกล่าวถ้าทำให้อีกฝ่ายรู้สึกโล่งใจหรือได้รับการช่วยเหลือที่จะเท่ากลับได้ฝากความประทับใจไว้กับอีกฝ่ายว่าเราคือคนที่ให้การยอมรับเขาหรือเป็นคนที่ช่วยเหลือให้เขาร่าเริงนั่นเองอีกฝ่ายก็จะรู้สึกขอบคุณเราแถมยังมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันอย่างรวดเร็ว

ใช้การให้กำลังใจที่แสงไปด้วยความรักเพื่อให้ได้เข้าใกล้ชิดคนที่ชอบ

สั่งสมคำพูดที่แสดงออกถึงความชอบพอไหว

มีคำกล่าวว่าถ้าคำนึงถึงก็จะถูกคำนึงถึงคนเรามีแนวโน้มที่จะรู้สึกชอบคนที่ชอบพอในตัวเราอยู่แล้ว

ตั้งแต่ชั่วขณะที่คิดขึ้นมาว่า “คนนั้นอาจจะชอบฉันก็ได้” คนเราจะตระหนักถึงอีกฝ่ายในฐานะเพศตรงข้ามและรู้สึกสนใจในตัวของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยบ่อยระหว่างชายหญิง

เพราะฉะนั้นการถ่ายทอดความรู้สึกชอบพอออกไปในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งก็อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีการเหมือนกัน

แต่หาเพิ่งเจอกันไม่นาน. จูจะให้บอกออกไปหรือว่าชอบนะแบบนี้ก็คงทำให้ใครหลายคนรู้สึกขลาดกลัวขึ้นมา

ฤหัสจุจุเอาไปพูดตรงตรงใส่แบบนั้นคงทำให้อีกฝ่ายตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรจนต้องทิ้งระยะห่างออกไปก็มี

ในเวลาแบบนั้นแทนที่จะพูดออกไปตรงตรงว่าชอบรบกวนเปลี่ยนการแสดงออกให้นุ่มนวลขึ้นและเลือกใช้ถ้อยคำที่แสดงถึงความชอบพอโดยอ้อมอ้อมจะดีกว่า

“อยากคุยกับคุณมาตั้งนานแล้วค่ะ”
“วันนี้ได้คุยกับคุณสนุกมากถือว่าเป็นวันที่ดีอีกวันนึงเลยครับ”
“วันนี้โชคดีจังเลยที่ได้นั่งข้างคุณ”

หากเป็นถ้อยคำแบบนี้ให้พูดออกไปคงไม่ทำให้รู้สึกอายอะไรมากมายและอีกฝ่ายคงจะไม่รู้สึกลำบากใจด้วยแต่ถ้อยคำที่แสดงความชอบพอแบบนี้พูดไปเพียงครั้งเดียวอาจจะไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่เพราะอาจจะทำให้อีกฝ่ายนึกว่าเป็นเพียงการพูดตามมารยาทเฉพาะในสถานการณ์ ณ ตอนนั้น

ฉะนั้นเราจึงควรหมั่นพูดถ้อยคำแสดงความชอบพอเล็กๆน้อยๆเหล่านี้กับคนที่เราชอบในทุกๆครั้งที่เจอหน้า

ระหว่างที่สั่งสมไปเรื่อยเรื่อยความรู้สึกดีดีของเราก็จะสื่อไปถึงอีกฝ่ายได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ

ใช้คำพูดแสดงความชอบพอเล็กๆน้อยๆ กับคนที่ชอบบ่อยๆ

พลิกแพลงคำพูดเล็กน้อยก็สื่อรักออกไปได้

ถ้อยคำที่ใช้ในการสื่อสารความรักต่อเพศตรงข้ามที่เราชอบไม่ได้จำเป็นต้องมีแต่คำพูดตรงตรงอย่างชอบหรือว่ารักนะเท่านั้น

เพียงแค่พลิกแพลงคำพูดในบทสนทนาเล็กๆในน้อยก็สามารถออกไปได้โดยง่ายดายเช่นกันนั่นก็คือคำพูดอย่างกับเธอเท่านั้นหรือเพราะเป็นคุณนั่นเองตัวอย่างเช่นเวลาที่ควรไปรับประทานอาหารให้ลองชวนดูว่าเพราะอยากให้คุณลองทานอาหารของร้านนี้ดูให้ได้

หรือขณะที่กำลังสนทนากันอย่างเพิร์ธเพลินให้ลองหาโอกาสยอดคำพูดประมาณว่าเพราะเป็นคุ้นนะเนี่ยเลยเผลอเล่าให้ฟังเพราะเพียงแค่ชวนคุยเฉยเฉยว่าไม่ลองไปร้านนี้ดูหรืออาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่รับรู้ถึงความรู้สึกดีดีของเราได้โดยอาจมีคนที่คิดว่าเพราะฉันดูว่างว่างเลยชวนมั้งหรืออาจแค่อยากหาคนไปด้วยละมั้ง

แต่หากใช้คำพูดอย่างเป็นเพราะคุณลงไปก็จะต่างไปทันทีอีกฝ่ายจะรู้สึกยินดีขึ้นมาว่าที่ชวนนี่เพราะชอบฉันน่ะสิหรือเวลาที่ต้องขอร้องอะไรซักอย่างก็ขอให้ใช้คำพูดว่าขอลองได้เฉพาะคุณเท่านั้นล่ะเวลาที่ได้ยินถ้อยคำแบบนี้อีกฝ่ายจะรับรู้ว่าอุตส่าห์มาพึ่งพาเราแล้วนี่เชื่อใจเราสินะ

ยิ่งใช้ถ้อยคำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาถ้าอีกฝ่ายรู้สึกดีกับเราแม้เพียงเล็กน้อยความสัมพันธ์ของทั้งสองคนต้องพัฒนาไปได้ดีแน่แน่การศึกความชอบออกไปตรงตรงจำเป็นจะต้องใช้ความกล้าแต่หากใช้คำพูดอย่างแค่คุณเท่านั้นแล้วก็จะสามารถสื่อความรักออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้ได้อย่างแนบเนียน

“แสดงออกว่าเป็นคนพิเศษด้วยคำว่าแค่คุณเท่านั้นเพราะเป็นคุณหรอกนะ”

คำพูดที่จะทำให้ได้ออกไปเดท

Image result for คำพูดที่จะทำให้ได้ออกไปเดท

เวลาที่มีคนชอบไม่ว่าใครก็คงนึกอยากจะออกไปเดทกับอีกฝ่ายกันทั้งนั้น

แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นการชักชวนเพศตรงข้ามที่ไม่ใช่แฟนคงต้องใช้ความกล้าน่าดูโดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่คงคิดว่าการออกเดทเป็นสิ่งที่ชายหญิงที่มีความสัมพันธ์พิเศษต่อกันพึงกระทำเพราะฉะนั้นในกรณีที่ยังไม่ถึงขั้นคนรักกันพอจะเดทกันจึงผ่านตื่นเต้นกันไปหมดทั้งผู้ช่วยและฝ่ายถูกชวน

ถึงแม้จะลองคิดแผนการเดทหรือคำพูดชักชวนไว้แต่พอมาอยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายกลับนึกกลัวการถูกปฏิเสธจนพูดไม่ออกคิดว่าคงมีคนที่เคยมีประสบการณ์ขมขื่นแบบนี้มาบ้าง

แต่แม้จะเป็นเวลาแบบนั้นการทำความเป็นไปได้อีกฝ่ายจะตอบรับคำชวนสูงขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการพูดนี่เองก่อนอื่นตอนที่ชนครั้งแรกควรพยายามไม่ใช้คำว่าเดทและใช้คำพูดอื่นเป็นการเปิดทางแทนให้บอกว่ามีเรื่องที่อยากจะถามหรืออยากปรึกษาอีกฝ่ายเช่นมีเรื่องที่อยากจะปรึกษากับคุณให้ได้นะครับถ้าไม่รังเกียจเราไปดื่มชากันไหม

ดังนี้เป็นต้นแบบนี้อีกฝ่ายจะไม่รู้สึกว่าเป็นการเดทและยอมตอบรับได้ง่ายขึ้นการอยากจะไปเดทลองไล่เรียงดูแล้วจริงๆก็คืออยากมีเวลาอยู่สองต่อสองกับคนที่ชอบนั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบว่าเป็นการเดทและพลิกแพลงวิธีการพูดตามสมควรจะดีกว่า

และเมื่อใช้รูปแบบที่กล่าวไว้ข้างต้นจนทำให้ได้เจอกันทั้งสองต่อสองซักครั้งหรือสองครั้งขึ้นไปแล้วต่อไปก็จะชวนได้ง่ายขึ้นเอง

โดยจากนั้นก็แค่ใช้วิธีเข้าหาอย่างเป็นธรรมชาติอย่างการบอกคราวก่อนดีใจมากเลยค่ะที่ได้คุยด้วยขอเลี้ยงอาหารกลางวันเป็นการขอบคุณนะคะแบบนี้เป็นต้น

อย่าใช้คำว่าเดทในการชักชวนครั้งแรกไปให้เปิดทางด้วยคำพูดอื่นแทน

คาถาที่จะทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันก็คือชื่อ

Image result for talking

ถ้าคนที่รู้จักกันได้ไม่ทันไรหรือคนที่เราคิดว่าไม่ได้สนิทสนมกันเท่าไหร่กลับเรียกเราด้วยชื่อหรือนามสกุลว่าคุณได้โดยที่ไม่ผิดเลยแล้วก็เราจะรู้สึกอย่างไร

คงรู้สึกยินดีว่าจำชื่อฉันได้เหรอเนี่ยอุตส่าห์จำฉันได้ด้วยและสังหรณ์ว่าจะสามารถสนิทสนมกับบุคคลนั้นได้ใช่ไหม

การเรียกชื่อวิธีง่ายง่ายแต่ได้ผลในการทำให้คนเราใกล้ชิดกันขนาดที่เราเอาแต่เรียกกันว่าเออเธอคุณน่ะจะไม่สามารถทำให้คนเราสนิทสนมกันได้อย่างแท้จริง

ในทางกลับกันหากเราเรียกชื่ออีกฝ่ายได้เราจะสามารถยอมรับถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ว่าแตกต่างไปจากคนอื่นและการกระทำแบบนั้นจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกประทับใจและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันยิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้นสมมุติว่ามีเพศตรงข้ามที่เรารู้สึกสนใจและรู้สึกว่ายังไม่สนิทสนมกันดีนักขอให้ตั้งใจที่จะเพิ่มชั่วขณะของการเรียกชื่อของอีกฝ่ายแน่นในการสนทนาเล็กๆในน้อยกับเขาหรือเธอก็ให้เรียกชื่อเสมอเช่น

“คุณเป็นคนที่ไหนเหรอคะ”
“ช่วยบอกงานอดิเรกของคุณหน่อยสิครับ”

การเรียกชื่อเพื่อแสดงถึงการยอมรับเป็นการส่วนตัวเช่นนี้จะทำให้อีกฝ่ายดีใจและอยากให้ความสำคัญกับคนที่อุตส่าห์เรียกชื่อตน

คนที่หันมาเรียกชื่อของแต่ละฝ่ายจะได้ยิ่งเกิดความรู้สึกสนิทสนมต่อกันและกันมากขึ้นและการเรียกชื่อกันไปมาจะยิ่งทำให้สนิทสนมพอรู้ตัวอีกทีก็จะหันมาเรียกชื่อเล่นกันแล้วกุญแจของการเลือกอนาคตอันแสนวิเศษที่วันนั้นเค้ามาหาก็คือชื่อนี้เอง

แม่เป็นบทสนทนาเล็กๆในน้อยก็ให้ลองเรียกชื่ออีกฝ่ายดู

คำพูดแบบไหนที่ดึงดูดคนดีดีเข้ามา

Image result for positive talk

เพื่อเปิดรับการพบรักกับคนดีดีก่อนอื่นต้องตัดคำพูดที่แสดงถึงการมองโลกในแง่ร้ายทิ้งเสียก่อน

แล้วจากนั้นควรทำอย่างไรต่อคำตอบคือเราต้องเติมเต็มภายในใจเราด้วยถ้อยคำที่เชื่อในการพบรัก

ตัวอย่างเช่นลืมตาตื่นขึ้นตอนเช้าให้บอกกับตนเองว่าจะได้พบเนื้อคู่วันนี้น่าจะได้เจอกับคนที่แสนวิเศษ

เพียงแค่ผมทำถ้อยคำเช่นนี้ก็ทำให้เราใจเต้นแรงขึ้นมาได้แล้วและอาจลุกขึ้นมาแต่งตัวให้ดูดีหรือใช้เวลาอย่างพิถีพิถันกับการดูแลตนเองเพื่อเตรียมพร้อมกับการพบรัก หากทำเช่นนั้นแล้วก็เรียกได้ว่าเราเตรียมพร้อมที่จะเปิดรับความรักแล้วแหละ

เพราะเราเติมเต็มหัวใจแล้วรู้สึกตื่นเต้นไปกับคำหรือความคิดที่ว่าจะได้พบเนื้อคู่จะทำให้เรารู้สึกร่าเริงแจ่มใสขึ้นมา

คนที่ปล่อยพลังงานแห่งความสุขแบบนั้นออกไปจะเป็นที่ชอบของเพศตรงข้ามจนดึงดูดโอกาสในการมีความรักเข้ามาหาเอง

ส่วนคนที่รู้สึกว่าเนื้อคู่อะไรนั้นคงไม่มีหรอกวันนี้คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสรุปคือเป็นคนที่ยอมแพ้เรื่องการพบเจอเนื้อคู่ไปแล้วตั้งแต่แรก

เพราะตนเองเป็นฝ่ายยอมแพ้เพราะไม่มีความรู้สึกอยากเปิดรับความรักอาจจะไม่ได้พบรักก็เป็นเรื่องธรรมดาถ้าอยากได้พบรักกับคนดีดีสิ่งที่สำคัญก็คือเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยใช้คำว่าเราต้องได้พบรักแน่เสียก่อน

แท้จริงแล้วการมีความหวังว่าวันนี้อาจจะได้เจอเนื้อคู่ก็ได้ก็สนุกกว่าการรู้สึกหดหู่ว่าเนื้อคู่อะไรไม่มีหรอกตั้งเยอะแล้วคนที่สามารถก้าวไปเบื้องหน้าได้โดยมีถ้อยคำแห่งความสุขแบบนั้นน้อยใจโชคชะตาจะต้องเข้าข้างอย่างแน่นอน

ทำหัวใจให้เต้นระส่ำโดยการนึกว่าวันนี้อาจจะได้พบรักก็ได้

การพบรักเริ่มจากถ้อยคำที่อยู่ในใจ

อยากมีความรักแต่ไม่ได้พบพานกับเพศตรงข้ามที่แสนวิเศษเลยผมคิดว่าคงมีคนกลุ้มใจกับเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

แต่ในหลายกรณีคนส่วนใหญ่คิดแบบนี้จริงๆเรากลับเป็นฝ่ายหลีกเลี่ยงการพบรักเองต่างหาก ตอนที่ไม่ได้มีความรักคนเรามักกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายด้วยเอาแต่กล่าวถ้อยคำซึ่งเป็นข้ออ้างที่ทำให้ตนเองไม่มีความรักเช่นเพราะฉันไม่น่ารักนิเพราะขี้อายเพราะโชคไม่ดีเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมา

เพราะทำแบบนั้นคำพูดที่ว่าเพราะฉันไม่น่ารักเลยไม่ได้พบรักกับใครเลยจะถูกส่งไปหาจิตใต้สำนึกที่อยู่ในใจเมื่อเป็นแบบนั้นโอกาสที่จะได้พบกับใครคนหนึ่งที่ดีดีอย่ามาไม่ถึงแน่เพราะฉะนั้นคนที่คิดว่าตนเองไม่มีดวงได้พบรักเอาเสียเลยก่อนอื่นเรามาทบทวนถ้อยคำที่อยู่ในใจตนเองก่อนดีไหม

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองคิดว่าเพราะฉันเลยไม่ได้พบรักขอให้ลองรวบรวมความกล้าตัดถ้อยคำเหล่านั้นออกไปให้เด็ดขาด เมื่อทำดังนั้นจึงจะสามารถหยุดกระแสพลังงานแห่งการมองโลกในแง่รายได้เพื่อดึงดูดโอกาสแห่งการมีความรักเข้ามาหาตัวเก้าแรกเราต้องเริ่มจากการเป็นถ้อยคำที่อยู่ในใจของตนเองเสียก่อนเพราะไม่มีหรอกที่ปัญหาทางด้านลักษณะภายนอกหรือนิสัยจะทำให้เราไม่สามารถมีความรักได้

ในโลกนี้มีคนตั้งมากมายที่ถึงแม้ไม่ใช่คนสวยหรือไม่ได้เป็นคนที่ร่าเริงมีชีวิตชีวาแต่ยังมีคนรักและสามารถแต่งงานได้อย่างมีความสุข ก่อนอื่นเพื่อให้เรามีโชคในเรื่องความรักต้องเลิกคิดในแง่ลบอย่าง เพราะ… เลยไม่เจอคนดีดีให้ได้

ถ้าเลิกค่ำครวญว่าไม่เจอคนดีดีแล้วจะได้พบพานกับเนื้อคู่