อยากรวยนานๆ แบบชาวพุทธต้องทำอย่างไร

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามการกระทำของเราเองคนไม่รวยไม่ใช่ว่าดวงไม่ดีไม่มีดวงรวยแต่เพราะบุญเก่าของเค้าสร้างมาอย่างไรต่างหากบุญเก่าไม่มีมาบุญใหม่ก็ไม่สร้างก็จบเห่…ลำบากไปเรื่อย

คำว่ามีทรัพย์แล้วให้ทรัพย์ตั้งอยู่ได้นานนั้นมิใช่หมายถึงการไม่ใช้ทรัพย์สินอะไรใดใดเลยแต่หมายถึงว่าควรมีความคิดในการใช้ซับไปในทางไหนอย่างไรบ้าง แน่ละ คนทั่วๆไปเมื่อมีทรัพย์ อันดับแรกคือการตระเวนออก Shopping ตามห้างก่อน

รองเท้ามีแล้วมีอีกเป็นสิบๆ คู่กระเป๋าแบบนี้ต้องสวมชุดนี้กระเป๋าแบบนี้ต้องใส่กับชุดนั้นการใช้จ่ายกับสิ่งที่เราอยากได้ก็เป็นธรรมดาอย่างหนึ่งของคนแต่ในทางหลักพระพุทธศาสนานั้นพระพุทธเจ้าทรงสอนอย่างชัดเจนในเรื่องของการใช้จ่ายทรัพย์

บางคนบอกว่าจะเอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้า มาใช้กับคนในยุคโลกไซเบอร์ ได้หรือ…บอกเลยว่ายิ่งกว่าได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมโลกคือเครื่องอำนวยความสะดวกมีมากขึ้น

เมื่อก่อนเดินทางด้วยการเทียมวัว เดี๋ยวนี้ใช้รถยนต์ เครื่องบิน เรือ เดี๋ยวนี้มีการแสดงทางโทรทัศน์ให้ดูสมัยก่อนดูกลางแจ้ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีพื้นฐาน. มุ่งหมายเดียวกันการเดินทางจากเกวียนมาเป็นรถเป็นต้น

แต่ที่เหนือไปกว่านั้นที่คนทุกยุคสมัยไม่เคยเปลี่ยนเลยคือภาวะจิตใจ

คนในยุคพุทธกาล

ใจโหดร้ายอำมหิตฆ่าแกงกันก็มี คนรวยล้นฟ้าก็มี คนชอบคดโกงก็มี นักเลงก็มี กล่าวง่ายง่ายว่าอะไรที่คนยุคนี้มีในยุคนั้นมีหมดแม้แต่เรื่องของหญิงขายบริการ หญิงสมัยนั้นการเป็นหญิงขายบริการมีเกียรติมาก เพราะพระราชาต้องแต่งตั้งและประกาศทั่วกันว่าเธอคนนี้เป็นหญิงขายบริการ

หากใช้ได้จะไปใช้บริการต้องจ่ายเงินแพงมากและภรรยาที่บ้านต้องเห็นชอบ ยอดของหญิงขายบริการนั้นก่อนจะได้รับประกาศแต่งตั้งก็ต้องรู้เห็นชอบด้วยเหมือนกันหมดการซื้อผู้หญิงบริการไปหลับนอนในยุคนั้นหากเป็นไปและปฏิบัติตามที่กล่าวมาทั้งชายหญิงก็ย่อมไม่ผิดศีลธรรม แต่ถ้าหากเค้าไม่ใช่หญิงบริการหรือเป็นหญิงบริการที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย เย็ดญาติพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่รู้ว่า ลูกของตนเป็นหญิงบริการฝ่ายชายแอบไปใช้บริการโดยที่ภรรยาไม่รู้อันนี้ผิดศีลธรรมอย่างแน่นอน

แต่ยุคนี้ใช้ได้ไปซื้อบริการโดยมากผิดหมดคือภรรยาไม่รู้หรือไม่ก็ญาติฝ่ายหญิงไม่รู้ ที่สำคัญกฎหมายไม่รองรับ
ที่กลับมาตรงประเด็นที่ว่าในเมื่อคนทุกยุคทุกสมัยต่างก็มีพื้นฐานของกิเลสที่เหมือนกันคือความโลภ ความโกรธ และความหลง ไม่ว่าคนในยุคพุทธกาลหรือยุคนี้แล้วทำไมคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงจะยังนำเอามาใช้ในยุคสมัยนี้ไม่ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *