บทในกาลามสูตร

เป็นหลักฐานได้ดี อาทิ อย่าเชื่อเพราะเป็นอาจารย์อย่าเชื่อเพราะทำตามตามกันมาเป็นต้น

พุทธศาสนาไม่เคยสอนให้เป็นผู้รอคอยเพื่อจะรับ…

แต่พระพุทธศาสนาสอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากเหตุแห่งการกระทำเพราะเชื่อเรื่องของกรรมปัจจุบันขณะ

กฏแห่งการดึงดูด..

กฎแห่งการดึงดูดมีอยู่จริงๆ แต่เป็นไปในเรื่องของวัตถุต่อวัตถุ สสารต่อสสาร เมโลกุลต่อโมเลกุล อะตอมกับอะตอมแต่ไม่มีในเรื่องของนามธรรมดึงดูดให้กลายเป็นรูปธรรม

ทฤษฎีกฎแห่งการดึงดูดจริงหรือลวงโลก!!

เคยลองเปิดใจกล้องกว้างรับทฤษฎีซีเคร็ต แต่กลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แนวทางโดยเฉพาะเมื่อมีนักธุรกิจคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินเมื่อข่าวเศรษฐกิจล้มระเนระนาดในปีพ.ศ. 2543 คุณธวัตชัย เค้าท้อมากกับการใช้ชีวิตถึงขนาดที่จะคิดฆ่าตัวตายทุกคนที่อยู่รอบข้างได้แต่ปลอบเพื่อให้เขาขายความทุกข์เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มบอกว่าให้เค้าผิดแบบซีเคร็ต ซึ่งขณะนั้นเมืองไทยยังไม่มีใครรู้จักด้วยซ้ำไป ฟังแล้วเข้าใจแต่ทว่าเฉยๆ เพราะนี่คือบทบาทของการปลอบสิ่งที่มีชีวิตที่กำลังตกทุกข์เท่านั้นคำพูดหนึ่งคำของคุณวิยุทธ์เอ่ยขึ้นมาว่า

“ทำธุรกิจสมัยนี้เหนื่อยยากมากโอกาสด้วยมีน้อยเหลือเกินไม่เหมือนคนอายุ 50 ปีที่แล้วยังมีโอกาสมากกว่าคนสมัยนี้เยอะมาก”

ฟังรวมๆ เข้าท่าแต่พิจารณาด้วยปัญญาเราจะเห็นว่าไม่ใช่..ไม่จริง

เชื่อเหลือเกินว่าคนเมื่อยุค 50 ปีก็น่าจะพูดๆ บ่นๆ แบบนี้เหมือนกันเมื่อทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จเพราะถ้าหากคำพูดของคุณวิยุทธ์ เป็นจริงถามว่าอัศวินคลื่นลูกใหม่อย่างคุณทักษิณ ชินวัตร จะรวยมาได้อย่างไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *