ปาณาติปาตา

คือ ละเว้นซึ่งจากการล่าสัตว์

ในเมื่อสอนให้มีเมตตาไม่ฆ่าสัตว์แล้ว ทำไมจึงต้องไปกินเนื้อสัตว์นั้นด้วยเหล่ามันจะไม่สวนทางหรือว่าขัดกับหลักแห่งศีล หากมองกันในแง่มุมนี้ มันก็น่าทึ่งที่จะถูกอีกเช่นกัน แต่หากจะถามกันจริงๆ ในเรื่องของพระภิกษุในธรรมวินัยนี้ ตามความเป็นจริง ฉันอาหารชนิดไหนกันแน่ รวมถึงพระพุทธเจ้าของเราทรงฉันอาหารอะไรกันแน่

การตั้งคำถามในลักษณะแบบนี้

บางคนอาจจะมึนว่า จะไปหาคำตอบที่ไหนได้ นักจิตวิทยาหลายคนเขาจึงมีคำประเภทปลอบประโลมว่า  หากตั้งโจทย์ยาก ก็หาคำตอบได้ยาก หากตั้งโจทย์ง่าย ก็หาคำตอบได้ง่าย

มนุษย์มักจะตกม้าตายกับการหาคำตอบ โดยไม่มองถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือเรื่องไกลตัว

อย่างบางคนบอกว่า…

พระพุทธเจ้าคงฉันอาหารทิพย์ ที่เทวดามารอใส่บาตร พระไทยในสายกรรมฐานก็จินตนาการไปเรื่อย เวลาหลับตานั่งกรรมฐานปรุงแต่งจิตไปอย่างไม่รู้สึกตัว หรือขาดสติ…นึกเอาเองว่ามีเทวดามาใส่บาตร มีเทพลงมาฟัง

พระสงฆ์ที่ออกธุดงค์ บางครั้งจิตของท่านปรุงแต่งไปตามยะถา… ภาวนากับนิมิตมากเกินไป เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสอุปัฏฐากพระสุธรรมคณาจจารย์ หรือหลวงปู่เหรียญท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า

“หลวงปู่ตื้อ ภาวนาอยู่บนกุฏิ”

แล้วเกิดนิมิตมองอะไรๆ ก็เห็นเป็นทองคำไปหมด คราวนี้พอลืมตาขึ้นมา ท่านมองลงมาข้างล่างกุฏิ ก็เห็นแต่ทองคำเต็มไปหมด แท้จริงมันเป็นเพียงทรายธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ด้วยนิมิตที่จำติดตา ก็คิดว่าเป็นทองคำท่านจะกระโดดลงจากกุฏิ ลงมาเอาทองคำที่พื้นตามที่เห็นทีเดียว คราวนั้นก็ห้ามกันเกือบแย่  “อันนี้เกิดจากการจินตนาการ…”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *