เค้าบอกว่ากินเจแล้วได้บาป

พี่ไทยเป็นคนน่ารักประเพณีไหนของใครหากไม่ขัดกฎหมายพี่ไทยรับได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ ฮวงจุ้ย กินเจหรือสวดมนต์แบบมหายาน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการส่งเสริมให้คนมุ่งมั่นทำความดีทั้งสิ้นซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้เสียหายอะไร

แต่กลับกันพระสงฆ์องค์เณรบางรูป กลับมีความคิดที่ผิด และแตกต่างไปในลักษณะของการแยกแยะออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แถมมีการอบรมสั่งสอนเป็นทอดๆเพราะเมื่อเทศกาลกินเจปีก่อนได้ไปนั่งอยู่ในสำนักปฎิบัติธรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ที่ไปก็เพราะรุ่นพี่คนหนึ่งขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน ระหว่างที่พี่เขาเข้าไปสนทนากับพระสงฆ์ผมก็นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ จู่ๆมีสามเณรรูปหนึ่งอายุเราราว 12 ปีสนทนาด้วยดูจากพฤติกรรมสามเณรท่าทางแก่นแก้วพอควรสามเณรมาถามผมว่า โยมกินเจหรือเปล่า…..

กินบ้างครับตามแต่โอกาส
โยมพี่หลวงตาสอนเน้นว่ากินเจเป็นพวกพระเทวทัต นะโยมอย่าไปกินเลย

ฟังแล้วก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกับสามเณรน้อย ปล่อยให้ท่านคิดไปอย่างนั้นตามที่หลวงตาท่านสอนไปแล้วเมื่อกลับมาบ้านก็นั่งคิดอะไรเล่นเล่นเกี่ยวกับการกินเจแล้วก็ลงมือเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

พระพุทธศาสนาในฝ่ายเถรวาท
ไม่นิยมกินเจหรืออาหารไทยเนื้อสัตว์จะเรียกว่ามังสวิรัติอะไรก็ได้แต่พระพุทธศาสนาในฝ่ายมหายานนิยมบริโภคอาหารไร้เนื้อสัตว์ทั้งที่เป็นพระในพระพุทธศาสนาเหมือนกันทำไมมีข้อวัตรปฏิบัติต่างกัน

ในคติของเถรวาท
อ้างถึงคำทูลขอของพระเทวทัตว่า เข้าไปกราบทูลขอพระพุทธเจ้าให้ออกกฏหลายข้อที่เคร่งครัดและหนึ่งในนั้นก็คือให้พระภิกษุทั้งหลายในพระธรรมวินัยนี้ฉันอาหารไรเนื้อสัตว์จะเรียกว่าเจหรือมังสวิรัติตามแต่สะดวก

เมื่อกลับทูลขอแล้วพระพุทธองค์ทรงนิ่งเสียถึงสามครั้งจากนั้นก็ส่งปฏิเสธว่าไม่ควรไปกำหนดอย่างนั้นด้วยเหตุผลง่ายง่ายคือเดี๋ยวจะทำให้พระพิสุเป็นผู้เลี้ยงชีพยากเอาเป็นว่าโยมสะดวกเท่าไหร่อย่างไรก็ฉันอย่างนั้นไปก็เรากันซึ่งจะว่าไปผมว่าเป็นธรรมชาติดีนะไม่ต้องไปเลือกมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *